เมื่อสัปดาห์ก่อนไปเที่ยวหาอะไรดื่มที่สิงคโปร์ พร้อมกับอยากสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของคนสิงคโปร์บ้างว่าเค้าเป็นอย่างไร สนุกสนานแค่ไหน เพราะเวลาไปเที่ยวตามผับในกรุงเทพฯมีที่เที่ยวหลายแห่งที่คนสิงคโปร์ชอบมาแวะเวียนและสนุกสุดเหวี่ยงที่บ้านเรา
ในคราวนี้ก็สังเกตุได้ว่าคนสิงคโปร์นิยมใ้ช้ MRT หรือ รถไฟใต้ดินในการเดินทางไปมา ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะเพียงแต่เค้ามีการเชื่อมโยงรถไฟหลายสายใ้ห้กระจายอยู่ทั่วไปตามเมืองเท่านั้น เส้นทางเข้าสู่เมโทรสายต่างๆในจุดใหญ่สำคัญๆ โดยเฉพาะใจกลางศูนย์การค้างมีการสร้างแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงต่างๆเชื่อมโยงไว้ด้วยมากมาย อย่างเช่นที่ City Hall จะเป็นย่านใจกลางสิงคโปร์ที่เป็นชุมทางสายหนึ่งที่จะต้องไปต่อรถไฟใต้ดินเพื่อเปลี่ยนเป็นเส้นทางอื่น ที่ซิตี้ฮอลนี้จะมีช้อปปิ้งมอลลอยู่ทั้งใต้ดินจนกระทั่งเดินขึ้นมาบนดินและช้อปปิ้งเพลินเลยไปจนถึงชั้น 2-3 มารู้ตัวอีกทีก็ได้เสื้อผ้าไปหลายถุง ไม่เพียงเท่่านี้ยังมีการเชื่อมโยงเส้นทางให้เดินอยู่ใต้ดินไปยังจุดต่างๆ หรือตึกรามอาคารใหญ่โตที่อยู่ห่างออกไปในระยะ 2 กิโลฯ โดยไม่ต้องขึ้นมาวิ่งข้ามถนนให้ใจตุ๊บต่อม หรือต้องทนร้อนแดดที่แผดเผาอยู่กลางสี่แยก หรือว่าต้องเปียกมอกแมกก่อนเข้าอาคารเพราะฝนที่พรำลงมาทุกวันและบางวันก็ตกแทบตลอดทั้งวันก็ว่าได้ บางครั้งคนที่ชินกับแสงแดดอย่างคนไทยถ้าให้เดินไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องโผล่หัวออกมาให้พระอาทิตย์เผาเลยอย่างนี้ก็มีอึดอัดเหมือนกัน
ด้วยความสะดวกสบาย ไม่ร้อนแดด แถมมีแอร์คอนดิชั่นคอยเป่าตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะเดินไกลเป็นกิโลเพื่อข้ามจากตึกโน้นไปตึกนี้ ทำให้คนที่ไปเที่ยวสิงคโปร์แบบเดินเที่ยวในเมือง สังเกตุได้ว่าพวกเค้าอยู่กันเหมือนมดใต้ดิน ยุบยับไปหมด ในขณะที่บนดินจะมีอยู่เล็กน้อยกระจัดกระจาย แต่พอกลางคืน ผู้คนก็จะเริ่มออกมาอยู่ตามท้องถนน และนั่งพักผ่อนเอนกายตามริมน้ำ และร้านอาหารต่างๆ นับว่าเป็นรูปแบบชีวิตที่แตกต่างจากคนไทยอยุ่พอควร ส่วนเรื่องความสะดวกสบายของรถไฟใต้ดินนั้นก็เหมือนกับที่กรุงเทพฯมี แต่ของเค้ามีการออกแบบเป็นสัดส่วน และมีป้ายบอกทางอยู่โดยตลอดและชัดเจนไม่ค่อยงง ทำให้ใช้รถไฟใต้ดินในการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย ส่วนคนพิการก็ไม่ต้องห่วงเนื่องจากจุดที่เป็นบันใดเลื่อนที่คนนั่งรถเข็นไม่สามารถไปยืนบนนั้นได้เหมือนคนปรกติทั่วไป นอกเหนือจากลิฟท์ที่จะมีให้ทุกจุดแล้ว เค้าก็มีบริการพื้นรองขนาดพอเหมาะกับรถเข็น คอยให้บริการแก่คนพิการ เพียงกดปุ่มทำงานแผ่นรองนี้จะเลื่อนและกางออกให้เราเข็นรถขึ้นไปบนพื้นนี้และนำเราลงไปจุดปลายทางในระยะสั้นๆได้ ซึ่งจะมีอยู่ตามจุดที่เป็นสเต็ปบันใด 3-4 ขั้นหรือจุดหักมุมต่างๆ
ด้วยว่าการไปครั้งนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 3 วัน กับอีกสองคืน และใช้รถไฟใต้ดินในการเดินทางเป็นหลัก ทำให้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟใต้ดินเพียงอย่างเดียว เดี๋ยวให้ไปเที่ยวสิงคโปร์ให้มากกว่านี้ ได้เห็นอะไรๆได้มากขึ้นจะเอามาัเล่าให้กันฟังเพิ่มเติมแล้วกันนะจ๊ะ
ป้ายชื่อ:
ส่งต่อให้เพื่อน
Facebook
-
▶ Reply to This