ด้วยชีวิตในค่ายทำให้ได้เห็นผู้คนมากมายช่างแตกต่างหลากหลาย ความมันส์อย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสก็เริ่มลุกลามกลืนกินจิตใจข้าพเจ้าในที่สุด จนเริ่มลุกลามกลายเป็นกอดคอร้องเพลงกับชาวสวิสเซอร์แลนด์ นั่งโซ้ยข้าวเหนียวกับหนุ่มแอฟริกาใต้ และประทับใจสุดๆคือสอยเสื้อวากาตะตัวงามจากชาวญี่ปุ่นผู้ติดใจปลาทูในถุงสเบียงของข้าพเจ้าอย่างงอมแงม...หุ หุ ตั้งแต่นั้นมาชีวิตที่แสนราบเรียบเริ่มเปลี่นแปลง มีอาการร้อนรนเหมือนโดนของ ยังไงก็จะต้องออกมาเผชิญโลกกว้าง(กว่านี้) ให้จงได้ และแล้วก็เริ่มหาหนังสือเกี่ยวกับ.. ชีวิตอิสระ.. สาวมั่น... คิดนอกกรอบ.. ฯลฯ ต่างๆนานามาอ่านเพื่อบิ้วท์อารมณ์...ในที่สุด...
"กลางปีนี้หนูจะออก" ฉันกล่าวกับผอ.สถานีด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาไร้ความปราณีต่อข้าราชการชั้นสูง หวังว่าเค้าจะรู้สึกได้ว่าเป็นแวดตาที่โหดร้ายบาดใจสมควรที่น้ำตาจะร่วงรินด้วยความเสียดาย"ทำไม" ผอ.ถามด้วยสีหน้าราบเรียบกว่า "หนู... หนู..." นั่นซิ.. จะออกทำไมเนี่ย ... "หนูจะไปเรียนต่อ.. ต่อโทมั๊งคะ" "อืม.. ถ้าเป็นเหตุผลนั้นก็ยากที่จะรั้งไว้นะ".... ปรากฎว่า ผอ.ไม่ง้อ เป็นดั่งใครๆเตือน "ขอบคุณค่ะ" ฉันยกมือไหว้ก่อนเดินออกมาอย่างทรนง... ในหัวสมองไม่เพียงแต่มีท้องฟ้าทะเลคราม โตรกผา และกะลาสีเรือแล้ว.. ยังมีภาพของฉันเดินขอทานตามตลาด หรือไม่ก็ขายมะม่วง ขนมจาก ถัวต้มตามริมชายหาดอีกด้วย ตั้งแต่นั้นมาฉันก็พลิกชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ สมัครงานเข้าสู่วงการคอมพิวเตอร์... กรรี๊ดดด ได้เป็นผู้จัดการเชียวหละ จึงได้รู้จักกับฝรั่งหนุ่มซึ่งตอนนั้นคิดว่ารูปงามสุดฤทธิ์ช่างขาวผ่องเนื้อทองเหมือนพระสังข์ ฉันเลยได้ควงมันไปเที่ยวฮ่องกง.... เย้.... ในที่สุดชีวิตที่ก้าวสู่ความเป็นอินเตอร์ก็ได้ตัดเชือกเสียที นับแต่วินาทีนั้นชีวิตฉันก็ยังไม่หยุดเดินทางเลยสักครา.... วี๊วววว "สโคล, บอททัม อัพ" หลังจากทริปฮ่องกงเปิดศักราชแล้ว ฉันก็เพิ่มความกล้าอีกนิดโดยการบินเดียวไปเที่ยวสวีเดน เมื่อเยื้องกรายออกจากสนามบินก็พบว่าพ่อฝรั่งหนุ่มมายืนรออยู่แล้ว เป็นอันว่าโล่งใจไม่ต้องตีตั๋วกลับบ้านทั้งทั้งที่ยังไม่ทันจะเที่ยว มาเที่ยวสวีเดนคราวนี้ก็จัดตารางท่องเที่ยวไว้เสร็จสรรพโดยการไปร่วมงาน "มิทเดิลวัลวีค" ที่เกาะกอทแลนด์ทางตอนใต้ ซึ่งก็ประมาณเกาะภูเก็ตนั่นเอง งานนี้เริดค่ะ กรี๊ดอีกแล้วค่ะ เพราะว่าบนเกาะแห่งนี้จะยังมีหมู่บ้านโบราณเมืองมรดกโลกให้เราเดินเกาะอิฐ เกาะผนังโบราณให้ได้ชุ่มชื่นใจ ได้เห็นคนทั้งเมืองแต่งชุดโบราณจนนึกว่าทะลุมิติมาในยุคไวกิ้งซะแล้ว ด้วยว่าช่วงนี้เป็นช่วงเดือนสิงหาคมทำให้พระอาทิตย์ไม่ยอมจะพักผ่อน ยังคงสาดแสงอย่างแสบร้อนแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะเพราะว่าอากาศดีมากกกกกก ฉันเดินเที่ยวชมงานจนน่องโป่ง เหนื่อยล้า พอดูนาฬิกาเลยรู้ว่านี่มันสามทุ่มเข้าไปแล้ว ถึงว่าซิรู้สึกเหมือนขาหลุดยังไงไม่รู้ เพราะเดินมาตั้งแต่เก้าโมงเช้ายันเก้าโมงกลางคืน ฉันเลยรีมเดินดุ่มๆกลับไปยังที่พัก ซึ่งฉันให้ชื่อว่า "เฟรนด์สเตย์" ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของฝรั่งหนุ่มนั้น เราเตรียมตัวกันสักพัก ก็ออกไปทัวร์ต่อซึ่งพลาดไม่ได้ก็คือผับแบบคลาสสิค ซึ่งดูวีไอพีมากๆ เพราะมีทั้งเจ้าชาย ซินเดอเรล่า(เวอร์ชั่นยังเป็นนังซิน) บาทหลวง ข้าราชบริพาร ทหารหุ่นล่ำ เดินกันในว่อนภายในกำแพงอิฐสีดำทะมีนอายุกว่า 800 ปี บ้างถือหอก ดาบ แซ่ อาวุธครบครัน ทำให้ฉันยิ่งหลงไหลผับแห่งนี้มากขึ้นไปอีก ฉันทั้งกิน ดื่ม พูดคุยได้พบเพื่อนใหม่มากมาย ไม่มีใครถือสาภาษาอังกฤษลุ่มๆดอนๆของฉัน เพราะเขาเหล่านั้นลุ่มดอนกว่า...5555... กลังจากทริปสวีเดนฉันได้รู้แล้วว่า.. พ่อฝรั่งหนุ่มที่ฉันคิดว่าขาวผ่องดุจดั่งพระสังข์ แท้จริงนั้นเป็นเพียงเงาะที่ยังไม่ได้ถอดรูป เพราะว่าคนแถวนั้นเค้าถอดรูปกันแล้วทั้งประเทศ... หล่อ สูง ผมทอง แววตาหยาดเยิ่มจนฉันน้ำลายหก (รู้งี้มาแถวนี้ตั้งนานแระ) |
ป้ายชื่อ:
© 2010 Created by เก่ง on Ning. Create a Ning Network!
คุณต้องเป็นสมาชิกของ odoza เพื่อแสดงความคิดเห็น!
Join odoza